แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหาร แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2556

สูตรดีท็อกซ์ทำเองได้! ง่ายๆ แค่ 7 วัน




       ปวดหัวบ่อย ๆ หงุดหงิดตลอดเวลา ปวดเมื่อย เบื่ออาหาร อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ามีสารพิษสะสมในร่างกายมากเกินไป มาดีท็อกซ์ล้างพิษกันหน่อยดีมั้ย
     - เตรียมตัวให้พร้อมก่อนดีท็อกซ์ จะดีท็อกซ์ทั้งทีต้องวางแผนกันหน่อยเริ่มจากลดน้ำตาลสัก 1-2 สัปดาห์ก่อนดีท็อกซ์ พวกแป้งขัดสีส่วนแอลกอฮอล์หรืออาหารกระป๋องก็เพลาๆ ลงบ้าง และดื่มน้ำให้มากขึ้น ส่วนสาวๆ คนไหนทีติดกาแฟก็ค่อยๆ ลดปริมาณลงทีละน้อยจนกว่าจะอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งกาเฟอีนแล้วค่อยเริ่มดีท็อกซ์นะ

     - พร้อมแล้วก็เริ่มเลย สูตรที่นำมาฝากนี้ใช้ได้ตั้งแต่ 7–21 วัน โดยที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย สาวๆ ตั้งเป้าหมายให้ตัวเองได้เลยว่าจะให้เวลากับการดีท็อกซ์ครั้งนี้กี่วันหลักการง่ายๆ จำไม่ยากก็คือตื่นเช้าให้ดื่มน้ำมะนาวครึ่งลูกผสมกับน้ำเปล่าอุ่นๆ หนึ่งแก้ว แล้วตลอดช่วงที่ดีท็อกซ์ให้งดแป้งและเนื้อสัตว์ทั้งหลาย แล้วกินแต่ผัก ผลไม้ โดยเน้นพวกผักใบเขียวเข้มๆ เช่น บร็อกโคลี่ คะน้า หน่อไม้ฝรั่ง จะทำเป็นสลัดน้ำใส หรือนึ่งให้สุกก็ได้แต่ห้ามปรุงรสนะจ๊ะ ส่วนผลไม้ควรเป็นส้มโอ แก้วมังกร สับปะรด ฝรั่ง หรือไม่ก็สตรอวเบอร์รี่ แต่ต้องกินสดๆ เท่านั้นไม่ต้องเชื่อมหรืออบแห้งใดๆ ทั้งสิ้น

     - พวกถั่วอบและธัญพืชต่าง ๆ ก็กินได้บ้างเล็กน้อยแต่อย่าปรุงแต่งรสก็แล้วกัน
     - ห้ามเผลอปากเด็ดขาด พวกนม ชีส ไข่ ถั่วเหลือง ชา กาแฟ แป้ง เนื้อสัตว์ แอลกอฮอล์ อย่าได้เผลอกินเข้าไปเลยเชียว เพราะความพยายามของคุณจะล้มเหลวทันที อ้อ! พวกผักผลไม้กระป๋องก็ห้ามนะ เตือนตัวเอง เอาไว้ว่าคุณกำลังอยู่ในช่วงล้างสารพิษจะเพิ่มพิษเข้าตัวเองไปทำไม

     - ดื่มน้ำเปล่ามากๆ ดื่มน้ำเปล่าอุ่นๆ หรืออุณหภูมิห้องให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างน้อยก็ 10 แก้วต่อวัน แต่มีทริกอยู่ว่าหลังกินอาหารเสร็จใหม่ๆ ให้ดื่มน้ำแก้ติดคอได้เล็กน้อย แล้วเว้นระยะห่าง 15 นาทีเพื่อให้น้ำย่อยทำงานได้เต็มที่แล้วค่อยดื่มแบบจัดหนักนะจ๊ะ

     - ดีท็อกซ์…แล้วดียังไง อาจจะเหมือนอดอาหารธรรมดาแต่ช่วงที่ดีท็อกซ์นี้ร่างกายของคุณจะได้พักปรับสมดุล ทำความสะอาดลำไส้และแบคทีเรียที่เป็นโทษ ต่อร่างกายออกไป ลำไส้จะทำงานได้ตามปกติ ร่างกายก็จะสดชื่นระบบการทำงานในร่างกายดีขึ้นผิวใส ออร่าเปล่งประกาย และ น้ำหนักก็ลดลงด้วยนะ!

Did You Know :
     - มนุษย์เราเป็นสัตว์กินพืชเวลาที่เรากินเนื้อสัตว์ ระบบย่อยต้องทำงานหนักมาก และต้องใช้เวลานานถึง 7 วัน เนื้อสัตว์จะหมักหมมอยู่ในลำไส้ บูดเน่า และเกิดเป็นแก๊สพิษสะสมและตกค้างอยู่ในร่างกาย
     - ดีท็อกซ์เป็นแค่การล้างสารพิษตกค้างในร่างกาย ไม่ใช่การรักษาโรคนะจ๊ะ


ประโยชน์ของการดีท็อกซ์ล้างพิษในร่างกาย











ที่มา...Lisa 

อยากฟันขาวต้องกินอะไร

    อยากฟันขาวต้องกินอะไร มีเทคนิคอย่างไรให้คราบอาหารหลุดลอกเรามาลองดู 8 มหัศจรรย์พิชิตฟันขาว เพื่อสุขภาพที่ดี ฟันขาวสวย แข็งแรง
     1. แอปเปิ้ล และแครอท ทั้งสองอย่างนี้คือผักผลไม้กรอบที่ช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำลาย ซึ่งเป็นน้ำยาทำความสะอาดตามธรรมชาติ และด้วยความกรอบ จึงช่วยขัดคราบออกจากฟันในขณะที่เคี้ยวด้วย

     2. บล็อกโคลี่ ไม่เพียงแต่บร็อกโคลี่จะมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันคุณจากมะเร็งและโรคหัวใจ แต่ยังช่วยปกป้องฟันโดยการสร้างเยื่อบาง ๆ ที่มีฤทธิ์ต้านกรด จึงช่วยปกป้องและเคลือบฟันอีกทีหนึ่ง เคยมีงานวิจัยจากบราซิลพบว่า บร็อกโคลี่จะช่วยลดการสึกกร่อนของเคลือบฟันที่เกิดจากน้ำอัดลมได้กว่าครึ่ง

     3. ส้ม และสับปะรด ผลไม้ทั้งสองช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำลาย สำหรับส้มนั้น ลองนำด้านในของเปลือกมาถูกับฟัน จะช่วยลดการสะสมของคราบ ทำให้ยิ้มของคุณสวยขึ้นอีก

     4. น้ำมะนาว สิ่งที่ต้องลองก็คือ ผสมน้ำมะนาวกับเบคกิ้งโซดา หรือเกลือ เพื่อนำมาแปรงฟันให้ฟันขาว (อย่าลืมกลั้วปากให้สะอาดด้วยน้ำเปล่าหลังจากนั้น เพราะกรดจากน้ำมะนาวอาจทำให้เคลือบฟันกร่อนได้)

     5. สตรอเบอร์รี่ แตกต่างจากเบอร์รี่สีเข้มอื่น ๆ เพราะสตรอเบอร์รี่จะไม่ทำให้ฟันเป็นคราบ แต่จะช่วยขัดฟัน ลองผสมแป้งทำเป็นครีมแล้วทาลงบนฟันสัก 5 นาทีแล้วค่อยล้าง จะพบว่าฟันสะอาดขึ้น

     6. เห็ดหอม ความลับอยู่ที่น้ำตาล Lentinan ในเห็ดหอม จะช่วยป้องกันการสะสมของแบคทีเรียในช่องปากที่นำไปสู่ฟันผุและเคลือบฟันกร่อน

     7. งา เมล็ดงาทำหน้าที่เป็นเหมือนสครับที่ช่วยลดคราบฟัน นอกจากนี้ ยังให้แคลเซียมซึ่งจำเป็นอย่างมากต่อสุขภาพฟันที่ดี นอกจากงาแล้ว ถั่วอย่างเช่น อัลมอนด์ ก็ให้ผลแบบเดียวกัน

     8. น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์ นับเป็นน้ำยาขจัดคราบที่ดีมาก แต่รสชาติไม่ค่อยเหมาะกับการนำไปกลั้วปากเท่าไหร่ ลองใช้แอปเปิ้ลไซเดอร์ผสมกับเบกกิ้งโซดาทำเป็นครีมไว้ถูบนฟันจะดีกว่า

    Tip
      คุณรู้หรือไม่ว่า.. วิธีแปรงฟันที่ดีที่สุดคือ จับหัวแปรงเอียง 45 องศา แล้วค่อย ๆ แปรงเป็นวงกลม เหมือนจับดินสอ คุณจะได้ไม่แปรงฟันแรงเกินไป


เทคโลโนลีฟอกสีฟันทำให้ฟันขาวขึ้น











ที่มา...WomanPlus